โสนดอกน้อยแต่ทำเงินได้ไม่น้อย

                                                                                    

 

โสน  เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพืชล้มลุก ทรงพุ่มขนาดกลาง ลำต้นสูงเปราะบาง ไม่มีแก่น สูงประมาณ 23 เมตร มีกิ่งก้านห่างๆ ใบเล็กฝอยคล้ายกับใบมะขามหรือใบกระถิน ดอกสีเหลือง ลักษณะดอกคล้ายดอกแค แต่ดอกเล็กกว่า มีฝักยาว มีเมล็ดในฝักคล้ายกับถั่วเขียวแต่ฝักยาวกว่า

 

โสนในเมืองไทยมีหลายพันธุ์ คือ โสนหิน โสนคางคก โสนหางไก่ สำหรับดอกโสนที่ใช้รับประทานเป็นอาหาร คือ โสนหินหรือโสนกินดอกมี 2 ชนิด คือ ดอกสีม่วงและดอกสีเหลืองทอง ชนิดที่ที่ผู้บริโภคนิยม คือดอกสีเหลืองทอง ส่วนโสนหางไก่ เป็นวัชพืชในแปลงข้าวมีดอกเล็กมากไม่นิยมรับประทาน โสนที่เกิดเองตามริมน้ำจะออกดอกในช่วงปลายฤดูฝนประมาณเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม แต่โสนที่ปลูกจะออกดอกตลอดทั้งปี

                          อำเภอมหาราชมีพื้นที่การปลูกโสนประมาณ 100 ไร่ ในพื้นที่ตำบลน้ำเต้า   ตำบลเจ้าปลุก   ตำบลบางนา ตำบลมหาราช ตำบลโรงช้าง และตำบลบ้านนา ซึ่งปลูกตามริมแม่น้ำ สามารถทำรายได้ให้กับ เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี
 

                เริ่มแรกโสนเกิดเองตามธรรมชาติ ริมแม่น้ำลำคลอง แต่เกษตรกรเห็นดอกสวยและมีคนนิยมบริโภคจึงคัดและเก็บเมล็ดพันธุ์จากต้นที่มีดอกสีเหลืองสวยไว้ใช้เองและการเพาะกล้ามี  แบบ  คือ 
               
(1)  เพาะในถุงเพาะใช้วัสดุเพาะคือดินและปุ๋ยคอกผสมกัน ใส่เมล็ดประมาณ 3 -5 เมล็ด  ตั้งไว้ในที่ร่มและรดน้ำประมาณ   1 เดือน  ต้นจะสูงประมาณ  15 เซนติเมตร หลังจากนั้นก็นำไปปลูก โดยการขุดหลุมปลูก ระยะปลูก 2  x  2  เมตร  

                (2) ใช้เมล็ดปลูกในหลุมปลูกเลย  หมั่นรดน้ำให้ความชื้น เมื่อโสนอายุ 2 เดือน (นับจากวันเพาะเมล็ด) ให้พรวนดินและโรยปุ๋ยเคมีสูตร 16 20 0  อัตรา 1 กำมือต่อหลุม และอายุ 3  เดือน ให้ใส่ปุ๋ยเร่งการออกดอก อัตรา  กำมือต่อหลุม โรยรอบโคนต้น เมื่อโสนอายุ   4 เดือน โสนเริ่มออกดอกเก็บได้ทุกวัน   พื้นที่ 1 ไร่ วันแรกที่เก็บดอกจะได้ประมาณ  1 กิโลกรัม และจะได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เท่าที่เคยเก็บได้สูงสุดวันละ 30 กิโลกรัมต่อวัน  เก็บได้นาน 4 เดือน   (อายุ  8 เดือน)   เกษตรกรบางรายที่มีพื้นที่ริมคลองปลูกประมาณ  30 ต้น  เก็บได้วันละ  4-5  กิโลกรัม  ก็สามารถมีรายได้ 150 - 200 บาทต่อวัน  
 

    การปลูกรุ่นใหม่เพื่อให้มีเก็บตลอดทั้งปี  จะปลูกรุ่นใหม่เมื่อรุ่นแรกเริ่มออกดอก โดยการการปลูกแทรกระหว่างกลางต้นเดิม

                ดอกโสนที่พร้อมเก็บขาย คือ ดอกตูมเท่านั้น เพราะต้องมีระยะเวลาในการขนส่งก่อนขายให้ผู้บริโภค  ดังนั้นจึงต้องเก็บในตอนเช้าก่อนสว่างจะดีที่สุด (ดอกจะบานเมื่อได้รับแสงแดด)  โดยเฉลี่ยฤดูแล้งที่ไม่มีโสนธรรมชาติ   (พ.. กค ปีถัดไป)   ราคาส่งจะอยู่ประมาณกิโลกรัมละ 50- 60 บาท ราคาปลีกกิโลกรัมละ 80 100 บาท และจะราคาถูกลงในเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม ที่มีโสนตามธรรมชาติออกดอก

Text Box:

 

 

  

 

                   ส่วนดอกโสนที่บานแล้วเกษตรกรก็จะนำมาปรุงอาหารและแปรรูปรับประทานเอง เช่น  ผัดน้ำมันหอย  แกงเลียง  แกงส้ม  ต้มจิ้มน้ำพริก  ผัดไข่  ไข่เจียวโสน  ดอกโสนดอง  ยำดอกโสน และขนมดอกโสน   สีเหลืองจากดอกโสนสามารถนำไปผสมกับแป้งให้สีเหลืองทำขนมได้  เช่น      บัวลอย  

Text Box:

Text Box:

 

 

  

 จากการที่ต้องเก็บดอกโสนแต่เช้าและทุกวันจึงเกิดอาชีพรับจ้างเก็บดอกโสน    โดยได้ค่าจ้างกิโลกรัมละ    20- 30 บาท  การที่จะทำให้โสนออกดอกและเก็บได้นานควรมีการรดน้ำหมักชีวภาพเพื่อเร่งการออกดอกอัตรา น้ำหมักชีวภาพ     4-5 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดโคนต้นให้ชุ่มทุก   2 สัปดาห์ และเมื่อมีดอกแก่ที่เก็บไม่ทันก็ให้เด็ดดอกนั้นทิ้งเพื่อไม่ให้ติดฝัก เพราะถ้ามีการติดฝักการสร้างดอกจะน้อยลง 

               

คุณค่าทางโภชนาการของโสนประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต   เส้นใย   โปรตีน   แคลเซียม ฟอสฟอรัส   เหล็ก    วิตามินเอ   วิตามินบี 1   วิตามินบี 2   ไนอาซิน   วิตามินซี   และสารพวกแคโรทีนอยด์   โดยส่วนของโสนที่มีประโยชน์ คือ ดอก ใบ และต้น  ซึ่งดอกนั้นมีรสชาติจืดเย็นจึงมีสรรพคุณในการแก้พิษร้อน ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปรุงเป็นยาพอกแผลได้

นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณใช้แก้ปวดมวนท้องด้วย    ใบโสนมีสรรพคุณใช้ตำยาพอกแผลได้ และต้นโสนสามารถนำมาเผาไฟให้เกรียมแล้วเอามาต้มชงเอาน้ำดื่มใช้เป็นยาขับ ปัสสาวะได้ดีทีเดียว    ส่วนลำต้นของโสนหางไก่ใช้ทำดอกไม้

Text Box:

Text Box:

Text Box:

 

 

 

 

 


 

ผู้เล่า

นายเฉลย       ลือสถาน       

บ้านเลขที่  20/1 หมู่ที่ 4  ตำบลน้ำเต้า   อำเภอมหาราช   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   โทร.  035 228200

 

  การจัดการความรู้     

สำนักงานเกษตรอำเภอมหาราช       จังหวัดพระนครศรีอยุธยา